my memory

Wednesday, January 31, 2007

: : >> 10 มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก << : :

10 มหาวิทยาลัย ตามลำดับที่นับว่าตั้งขึ้นก่อนมหาวิทยาลัยอื่นๆ และมีชื่อเสียงมาก จนถึงกับต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก มีดังนี้
มหาวิทยาลัยซาเลอโน ประเทศอิตาลี (การแพทย์) ศตวรรษที่9

มหาวิทยาลัย โบลอกนา ประเทศอิตาลี (ทางวิชาชีพ) ศตวรรษที่11

มหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส (กฎหมาย) ศตวรรษที่12

มหาวิทยาลัยซอร์บอร์น ประเทศฝรั่งเศส (ศิลป์-การแพทย์) ศตวรรษที่12

มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ (กฎหมาย-ศิลป์) ศตวรรษที่12

มหาวิทยาลัยเครมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ (กฎหมาย-เศรษฐศาสตร์) ศตวรรษที่12

มหาวิทยาลัยตูลูช ประเทศเยอรมัน (กฎหมาย-เกษตร) ศตวรรษที่14

มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ประเทศสก๊อตแลนด์ (การค้า-อุตสาหกรรม) ศตวรรษที่14

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศอเมริกา (การค้า-กฎหมาย) ศตวรรษที่16

มหาวิทยาลัยเพนซินวาเนีย ประเทศอเมริกา (แพทย์-เศรษฐศาสตร์) ศตวรรษที่17

Wednesday, January 03, 2007

8 วิธีดับอารมณ์ร้อน -*-

1.นับ 1-10..... ไม่ใช่เรื่องตลก..ก ในยามที่คุณไม่สบอารมย์กับคำพูดของเพื่อนบางคน แล้วแทนที่จะสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบพอกัน กลับปรับอารมย์ตัวเองด้วยการนับ 1 -10 ในใจ เพื่อที่จะห้ามตัวเอง และมีเวลาพิจารณาคำพูดของเพื่อน ๆ ว่า กำลังอยู่ในอารมย์ที่กำลังเย้าแหย่เล่น มากกว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ป่วยการที่จะโกรธเคืองให้งานกร่อย ปล่อยให้เล่นสนุกไปสักพักเดี๋ยวก็เลิกเล่นกันเองแหล่ะ แต่ถ้ายังทนไม่ไหว ก็เพิ่มจาก 10 เป็น 20 30 จนถึง 100
2.เลี่ยงหลบๆ ไปให้พ้น..... ถ้ารู้ว่าเป็นคนอารมย์ร้อน และมักจะใช้กำลังทำลายข้าวของ หรือแม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า วิธีการเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นเป็นการดีที่สุด สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวออกไปจากจุดนั้น จนกว่าจะสามารถระงับอารมย์ตัวเองได้ จึงหันหน้ากลับมายังทิศทางเดิมเพื่อสะสางปัญหา
3. ตังใจฟัง.....ระหว่างการอภิปรายหรือโต้เถียงอย่างรุนแรง และคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกพาดพิง และวิจารณ์อย่างดุเดือด การโต้ตอบทันทีทันใดแบบเลือดขึ้นหน้า เป็นการเปล่าประโยชน์และแสดงวุฒิภาวะทางอารมย์อย่างไม่ควจจะเป็น การตั้งใจฟังจะทำให้คุณใคร่ครวญ ถึงคำพูดที่ถูดพาดพิงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะคนที่พูดนั้นมีโอกาสที่จะพลาดได้มากกว่าคนที่ไม่พูดอะไรเลย
4.หมั่นฝึกสมาธิ.....สมาธิเป็นการฝึกจิตชั้นดีที่สุดที่สามารถทำให้คนอารมย์ร้อนกลายเป็นคนอารมย์เย็น สุขุมนุ่มลึก สมองปลอดโปร่ง แล้วบรรดาเรื่องต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถกวนคุณให้อารมย์ปะทุขึ้นได้โดยง่าย
5.ฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบ.....เปิดหนังสือหน้าแรกก็ต้องรีบวาง ไม่ใช่ว่าหนังสือหน้าเบื่อ แต่เป็นเพราะคุณไม่อาจทนต่อการอ่านหนังสือจนจบได้ ดังนั้นการฝึกอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าแรกไปถึงหน้าสุดท้าย นอกจากจะได้ความคิดดี ๆ แล้ว ยังลดความพลุ่งพล่านทางอารมย์ของคุณได้อีกด้วย
6.คิดหาเหตุผล....หลักการทางวิทยาศาสตร์ยังใช้ได้ดีกับคนอารมย์ร้อนอีกด้วย จงใช้วิจารณญาณ ในการคิดและตัดสินใจ จะพบว่าที่เคยร้อนจะผ่อนคลายลงเป็นเย็นเยียบ และเฉียบขาดในการแก้ไขปัญหา
7.ฝึกขอโทษ..... คำว่าขอโทษสามารถระงับอารมย์ร้อนของคุณเองได้ แล้วยังสามารถระงับอารมย์เดือดๆ ของคนอื่นได้ด้วย การเริ่มตันในบางสถาณการณ์ด้วยคำว่าขอโทษ องศาเดือดที่ทำท่าว่าจะคุกรุ่นย่อมลดลงด้วยเช่นกัน
8.ยิ้มเข้าไว้ ..... คุณเคยยิ้มแบบเสแสร้งไหม ? ยิ้มแบบที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ยิ้มแก้เขิน ยิ้มทั้งๆ ที่ไม่อยากยิ้ม แต่เมื่อยิ้มออกไปแล้วจะไม่มีภัยมาถึงตัว เพราะรอยยิ้มคือมิตรภาพ คือความอบอุ่น คือไมตรีจิตที่ส่งถึงกันได้ การยิ้มบ่อยๆ จะสามารถระงับอารมย์ร้อนๆ ของคุณได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

Tuesday, December 19, 2006

ความหมาย จาก สีกุหลาบ

ความหมาย จาก สีกุหลาบ
• กุหลาบแดงและขาวรวมกัน สื่อความหมายให้รู้ว่า "สองเราเป็นหนึ่งเเดยวกัน"
• กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความงดงามและความอ่อนโยน
• กุหลาบสีเหลือง บอกเป็นนัยว่า "ขอเป็นชู้ทางใจ" หรือ หมายถึงความสุข สนุกสนาน ร่าเริง
• กุหลาบสีส้ม เพื่อบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมา
• กุหลาบแดงเข้ม (สีเหมือนไวน์แดง) แทนคำว่า "เธอช่างสวยเหลือเกิน"
• กุหลาบสีขาว บอกว่า "ฉันรักเธอด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน"

• กุหลาบตูม ที่มีทั้งใบและหนาม บอกให้รู้ว่า "แม้ฉันจะวิตกอยู่บ้าง แต่รู้ว่าเธอคงไม่ปฎิเสธ"
• กุหลาบตูมที่ริดใบทิ้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ให้รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าน่ากลัวไปหมด
• กุหลาบตูมที่ริดหนามทิ้งหมด แสดงให้เห็นถึงความหวังที่มีอย่างเปี่ยมล้น
• กุหลาบตูมสีแดง แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสา "รักของฉันเพิ่งแรกแย้ม และอ่อนต่อโลก"
• กุหลาบตูมสีขาว แสดงถึงความมีเสน่ห์น่าหลงใหล ไร้เดียงสาในเรื่องความรัก

• กุหลาบบานหนึ่งดอก และกุหลาบตูม 2 ดอก อยากบอกว่า "นี่คือความรักที่ฉันแอบซ่อนไว้"
• กุหลาบบานสีแดง บอกให้รู้ว่า "ฉันรักเธอเข้าแล้ว"
• กุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว เขาอยากจะบอกให้คุณรู้ว่า "ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว"
• กุหลาบสีขาวที่โรยแล้ว แทนความหมาย "เสน่ห์ของเธอมันจืดจางลงแล้ว"
• กุหลาบไร้หนาม ให้รู้ว่า "เธอช่างมีเสน่ห์น่าหลงไหลแม้ยามแรกพบ"
• กุหลาบดอกเดียว แทนความหมาย "รักฉันแม้เรียบง่าย แต่ก็มั่นคงกับเธอผู้เดียว"

Tuesday, November 21, 2006

Perhaps Love


Princess hours (Additional Song): Perhaps Love เวอร์ชั่นภาษาไทย
โรส & ไอซ์ ศรัณยู
Lylics
จะอะไรก็ไม่รู้
ที่มีใจดูแปลกไปจากอะไรไม่มากมาย แต่คล้ายๆคิดถึงเธอ อยู่ได้
ก็มีบางที ที่ตัวเองยังแปลกใจ
เมื่อจิตใจมันหวั่นไหว เกือบคล้ายๆ ฉันรักเธอ ทุกความรู้สึก ก็มีอะไรลึกซึ้งให้เก็บไว้
เรื่องเล็กๆ ที่มันมีความหมาย
เกือบคล้ายๆคำว่ารักไม่เคยรู้ใจตัวเอง ว่ารักเธอ

มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ
นีใช่ไหมอะไรที่ใครเรียกกันว่ารัก
เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการเธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า.....
นี่คือรักจริงๆใช่ไหม ไม่ใช่ฉันคิดไปอย่างนั้นคนเดียว

อยากระบายให้เธอรู้ แต่เธอคงไม่เข้าใจ
เมื่อถ้าเธอมาเป็นฉัน ได้แบ่งปันเรื่องมากมาย ทุกความรู้สึก ไม่มีอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ
ก็เมื่อใจของเราในวันนี้ ต่างเป็นของกันและกัน(มีกันและกัน)เมื่อมันรู้ใจตัวเองว่ารักเธอ
มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ
นีใช่ไหมอะไรที่ใครเรียกกันว่ารัก
เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการ
เธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า.....
นี่คือรักจริงๆใช่ไหม ไม่ใช่ฉันคิดไปอย่างนั้นคนเดียว

เสียงที่ดังจากใจ(เสียงข้างในหัวใจ) ฉันไม่เคยจะใส่ใจ
ฉันเพิ่งจะได้รู้ ว่ารักเธอเสมอมา
ได้ยินเสียงหัวใจที่พูดว่า
รักมากมาย ให้เพียงเธอ

มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ
นีใช่ไหมอะไรที่ใครเรียกกันว่ารัก
เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการ
เธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า.....
ที่เราพบมาเจอวันนี้ (สองเรามีวันนี้)
นี่คือรักแทัๆของเรา(พบรักแท้ของเรา)
ที่มีอยู่จริง




Monday, October 30, 2006

เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ( Princess Hours )




เรื่องย่อ ชินแชยอง นักเรียนมัธยมจอมเปิ่น เธอเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องตกกระไดพลอยโจนมาแต่งงานกับ เจ้าชายลีชิน รัชทายาทหนุ่มผู้แสนจะเย็นชาแห่งราชวงศ์เกาหลี ตามคำสัญญาที่ปู่ของเธอมีไว้กับอดีตพระราชาองค์ก่อน แต่เจ้าชายลีชินกลับมีใจให้กับ มินโฮริน สาวสวยที่วิ่งหาฝันอยากจะเป็นนักบัลเล่ต์มืออาชีพ โดยเจ้าชายลีชินหมายมั่นว่าจะต้องแต่งงานกับโฮรินให้ได้แต่ฝันของเจ้าชายลีชินต้องสลายเมื่อโฮรินปฏิเสธที่จะแต่งงานด้วย เจ้าชายลีชินจึงต้องจำนนใจที่จะแต่งงานกับแชยองตามคำสั่งของพระพันปี หลังจากพิธีอภิเษกสมรสชีวิตในวังของแชยองดูจะผ่านไปอย่างยากลำบาก เธอต้องเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งคำราชาศัพท์ กฎระเบียบ และสังคม รวมถึงต้องทำให้เจ้าชายลีชินหันมาสนใจและยอมรับในตัวตนของเธอให้ได้แต่ที่สุดแล้วเหตุการณ์กลับตาลปัตรกลายเป็นว่าทุกคนในวังต้องปรับชีวิตตามแชยองเป็นพัลวัน ความสัมพันธ์ระหว่างแชยองและเจ้าชายลีชินดูเหมือนจะเริ่มก่อตัวไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็เกิดเรื่องราววุ่นวายใหญ่โตขึ้นจนได้ เมื่อมีภาพสวีทหวานระหว่างเจ้าชายลีชินกับโฮรินอดีตแฟนสาวหลุดผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำให้แชยองเกิดความขุ่นข้องหมองใจ แถมยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของเจ้าชายรัชทายาทซึ่งในอนาคตจะต้องขึ้นปกครองประเทศเกาหลีอีกด้วย ส่งผลให้เหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มปรึกษาหารือกันและลงความเห็นว่า เจ้าชายลีชินไม่มีความเหมาะสมพอที่จะขึ้นครองตำแหน่งราชา โดยลงความเห็นกันว่าจะมอบตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทให้แก่ เจ้าชายลียูล อดีตรัชทายาทที่ต้องระหกระเหินไปอยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาพร้อมกับมารดาอดีตราชินีผู้ทะเยอทะยาน ที่หวังจะทวงบัลลังก์คืนให้กับลูกชายสุดที่รักในขณะเดียวกันพระราชาองค์ปัจจุบันก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการให้เจ้าชายลียูลขึ้นรับตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทแทนเจ้าชายลีชินด้วยเช่นกัน โดยส่วนตัวแล้วเจ้าชายลียูลเป็นผู้รักสันโดษไม่ยึดติดกับตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาท แต่ในครั้งนี้เขากลับมีความต้องการที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทกลับคืนมาเป็นของตนเองเพียงเพราะเหตุผลเดียวคือ ต้องการครองคู่กับแชยองหญิงสาวที่ตนตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจราชวงศ์เกาหลีเริ่มระส่ำมากขึ้น เมื่อเกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าเจ้าชายลียูลมีความสัมพันธ์กับพี่สะใภ้ของตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงผิดกฎมณเฑียรบาล ในขณะเดียวกันโฮรินที่เคยปฏิเสธการแต่งงานกับเจ้าชายรัชทายาทลีชิน คิดจะแย่งเจ้าชายรัชทายาทลีชินกลับคืนมาเป็นของตนเอง เรื่องราวสุดโกลาหลระหว่างความรักของทั้ง 2 หนุ่ม 2 สาวจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน “เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ( PRINCESS HOURS )”


Thursday, October 12, 2006

Run for your love








Run for your love
If you are feeling blue
You can close your troubled eyes for a while, I'll be there
When you don't know what to do,
Let me show you how to live, let it show that I care

Let me take you in my arms and give you all my love
Let me take you to my heart, never let go

So close but still far away
Awaits the day when you'll say
"I will run run run for your love"
Well, here I am just in case that you come running for me.

Do you recall that song,
That special melody, how it made us believe?
Still I know it all by heart.
Every letter, every word's got a meaning to me.

Let me take you in my arms and show you who I am.
Let me be there by your side forever more.

So close but still far away,
Awaits the day when you'll say,
"I will run run run for your love".
Yea, here I am just in case you change your mind.
I will run run run for your love.
Well, here I am just in case that you come running for me.

One day you will wake up to discover
What I felt for you was true.
You recall,
See things clearer,
If you open your troubled eyes again.
You will run run run for my love.

So close but still far away,
Awaits the day when you'll say,
"I will run run run for your love".
Yea, here I am just in case you change your mind.
I will run run run for your love.
Well, here I am just in case you change your mind.
....here I am just in case that you come running for me.

Thursday, September 28, 2006

The Food Timeline

Ever wonder what foods the Vikings ate when they set off to explore the new world? How Thomas Jefferson made his ice cream? What the pioneers cooked along the Oregon Trail? Who invented the potato chip...and why? Welcome to the Food Timeline.

Food history is full of fascinating lore and contradictory facts. Historians will tell you it is not possible to express this topic in exact timeline format. They are quite right. Everything we eat is the product of culinary evolution. On the other hand? It is possible to place both foods and recipes on a timeline based on print evidence and historic context.